[[[Cock Burn + ระนอง]]] เที่ยวแบบชิวๆ ฟิน และไม่เหนื่อย 3 วัน 2 คืน

ไประนองกันมั๊ยยย ลางานแค่วันเดียว ก็เที่ยวได้หลายที่แล้ว
ระนองเมืองฝนแปด แดดสี่ จังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ติดทะเลอันดามัน
ธรรมชาติของที่นี่มีหลากหลายมาก ทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล ป่าชายเลน
แถมยังเป็นประตูสู่เกาะต่างๆ ของพม่าอีกด้วย

ระนอง เป็นจังหวัดในภาคใต้ที่เราชอบมากๆ เคยมาที่นี่ 2 ครั้ง
ตั้งแต่การท่องเที่ยวที่นี่ยังไม่บูม ตั้งแต่เกาะพม่ายังไม่เปิด
เมื่อก่อนกว่าจะมาถึงระนองก็ต้องนั่งรถตุเลงๆ กันมา
หลับแล้ว หลับอีก นานมากๆ กว่าไปถึง

แต่เดี๋ยวนี้อะไรก็ง่ายแสนง่าย ลางานแค่วันเดียว
ก็เที่ยวได้ทั้งระนอง เที่ยวทะลุออกไปยันพม่าได้แล้ว
ส่วน 3 วัน 2 คืน ของเรา จะเป็นยังไง และไปเที่ยวไหนมาบ้าง
ลองอ่านดูนะ เราจะเบรรยายให้ฟัง

My Plan

สำหรับทริปนี้เราใช้เวลาแค่ 3 วัน 2 คืนเท่านั้นแหละ ส่วนแพลนก็ตามนี้เลย
วันที่ 1 : ล่องเรือไม้โบราณยามเย็น กับ Royal Andaman ( รีวิวจัดเต็ม คลิกที่นี่ )
วันที่ 2 : ไปเกาะ Cock Burn
วันที่ 3 : ตื่นสายๆๆ บ่ายๆ เดินทางกลับ

พร้อมรึยัง มาเดินทางไปพร้อมกันเลยดีกว่า

:: Day 1 :: เดินทาง และย้อนเวลา

วันนี้ตื่นไม่ต้องเช้ามากค่ะ เพราะว่าไฟล์ทบินของเราคือ 11.45 น.
การเดินทาง เราเลือกเดินทางโดยสารการบิน Air Asia ที่เพิ่งจะเปิดตัวเส้นทางการบิน
กรุงเทพ – ระนอง ไปหมาดๆ (เราได้บินไฟล์ทปฐมฤกษ์ด้วย)
ทางไปจอง >> http://www.airasia.com

ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวระนอง ได้ผ้าพันคอที่ระลึกด้วย
ประทับใจกับเที่ยวบินนี้มากๆ เลยค่ะ

ใช้เวลาไม่นาน (1.20 ชั่วโมง) ก็เดินทางมาถึงระนองกันแล้ว
รวดเร็ว สะดวกสบายกว่าแต่ก่อนเยอะเลย

มาถึงสนามบินระนองแล้ว เดินทางยังไงต่อ??
หลายคนคงสงสัยเหมือนกับเรา จากประสบการณ์จึงขอแนะนำตามนี้
การเดินทางในระนอง ถ้ามาหลายๆ คน แนะนำว่าให้เช่ารถขับกันเถอะค่ะ คุ้มกว่าเยอะ
อยากจะแวะตรงไหน เมื่อไหร่ก็แวะได้ อยากจะออกไปไหน ตอนไหนก็ได้
สะดวกและคุ้มค่ากว่ากันเยอะ แนะนำเจ้านี้ >> ระนองรถเช่า & ทัวร์

หลังจากรับรถกันแล้ว ก็ขับไปหาอะไรทานกันระหว่างทาง
พอประมาณ บ่าย 3 ครึ่ง ก็ตรงดิ่งไปที่ท่าเรือประภาคาร
ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่การย้อนเวลา

โดยกิจกรรมยามเย็นของเราวันนี้ก็คือ

“ล่องเรือไม้ แต่งกายโบราณ กินอาหารพื้นถิ่น 
ชมพระอาทิตย์ตกดินกลางทะเลอันดามัน”

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาระนอง คือการล่องเรือไม้โบราณในยามเย็น
สัมผัสวิถีชีวิตชาวเล ย้อนเวลาสู่อดีต ตามรอยเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5
โดย Royal Andaman :::  รีวิวจัดเต็ม คลิกที่นี่  :::

กิจกรรมบนเรือ
– ล่องเรือทานอาหาร
– แต่งกายโบราณ
– ฟังดนตรีสด ร้องเพลง
– ชมพระอาทิตย์ตกดิน
– ลอยพรกพร้าว
– ตามรอยเสด็จประพาส ร.5
– มีช่างภาพไว้คอยบริการ
(ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

 กิจกรรมล่องเรือย้อนเวลาในครั้งนี้ ประทับใจมากเลยค่ะ ทั้งบรรยากาศ ทั้งการบริการ ได้รับทั้งความรู้
และความเพลิดเพลิน

ไปพร้อมๆ กัน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาระนองนะคะ

กลับจากการล่องเรือก็ประมาณ 2 ทุ่มได้ หลังจากอิ่มหนำ และสนุกสนานกันมาทั้งวันแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนกันแล้วจ้า

 

ที่พัก ของเราตลอดทั้ง 2 คืน เราเลือกพักที่นี่กันจ้า
The Galla Hotel โรงแรมน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน
” ใหม่ เรียบ เก๋ มีสไตล์ ” ขอยกให้เป็นนิยามของที่นี่เค้าหละ
รีวิวแบบจัดเต็ม คลิกที่นี่

:: Day 2 :: ไปหาช้างเผือก

วันนี้เราตื่นกันเช้าหน่อยค่ะ เพราะต้องออกไปตามหาช้างเผือกกันไกลถึงฝั่งพม่า ช้างเผือกที่ว่านั่นก็คือ Cock Burn Island (หมู่เกาะช้างเผือก) เกาะที่ซ่อนงำความงามเอาไว้กว่าศตวรรษ เพิ่งจะเปิดให้คนไทยได้เข้าไปชื่นชมของงามเมื่อไม่นานมานี้เอง

และแน่นอนว่าไป Cock Burn ต้องไปกับ Love Andaman เท่านั้นนะจ๊ะ
การเดินทางก็ไม่ยากลำบากอะไรเลย เพราะทาง Love เค้าส่งรถตู้มารับเราถึงประตูโรงแรม (นัดกันไว้ว่าจัมารับตอน 7.30 น.) หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ถึงเวลานัดพอดิบพอดี

โดยรถตู้จะพาเราไปส่งที่ท่าเรือประภาคารค่ะ ประตูสู่ประเทศพม่าของเราคือที่นี่แหละ

เมื่อถึงท่าเรือประภาคาร ก็ไปเซ็นต์ชื่อเพื่อทำประกัน ยื่นเอกสารทำเรื่องผ่านแดน (ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว) และรับ wrist brand เพื่อจะได้ทราบว่าเราต้องลงเรือลำไหน

note** ปัจจุบัน Love มีทัวร์ไปเกาะพม่าอยู่ 2 แห่งนะคะ คือ Cock Burn และ Nyaung Oo Phee

ส่วนใครที่มีสัมภาระมา ก็พนักไว้กับพนักงานได้เลยค่ะ ปลอดภัยไม่ต้องห่วง

ใช้เวลารอนานหน่อยนะคะ กว่าจะได้ออกเดินทาง เนื่องจากว่าต้องทำเอกสารผ่านแดน และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง

ใช้เวลานั่งเรือจากท่าเรือประภาคาร ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง ก็จะได้พบกับช้างเผือกที่เราตามหาแล้วค่ะ

ดูสีน้ำทะเลสิ

นั่นไงเกาะ Cock Burn

Frist Impression ภาพแรกที่ได้สัมผัส
คือแบบว่าจะสวย จะใส อะไรปานนี้

หลังจากได้ย่ำเท้าสัมผัสทรายบนเกาะกันแล้ว ทีนี้ก็ฟรีสไตล์เลยค่ะ
นั่งชิงช้า นอนเปล เล่นน้ำทะเล ดำน้ำ เดินเก๋ๆ ริมชายหาด พายเรือคายัค ลอยคอ วิ่งเล่น หรือถ้าหิวก็เชิญได้ที่มุมอาหาร

พร๊อพ หรือของเล่นต่างๆ ทาง Love เค้าเตรียมไว้ให้เราหมดเลยค่ะ

ฟ้าสวยน้ำใจจริงๆ

จุดดำน้ำบริเวณนี้ยังไม่ค่อยอะไรเด่นค่ะ
(Highlight จุดดำน้ำจะอยู่ในช่วงบ่าย)

มาดู มุมอาหาร กันบ้างดีกว่า ซึ่ง Love Andaman เค้าเด่นมากๆ ในเรื่องนี้ มีขนม ของว่าง อาหาร เครื่องดื่มไว้ให้ทานกันตลอดเวลา

โต๊ะสำหรับนั่งทานอาหาร หรือใครอยากจะนั่งเสื่อ ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ เค้าเตรียมไว้คอยบริการ

อาหารกลางวันบน Cock Burn จะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ มีกับข้าวหลายอย่างเลย

แล้วก็มีหมึกย่าง กุ้งเผา ให้ได้ทานกันคนละ 1 จาน ด้วย

เราอยู่ที่จุดนี้กันถึงประมาณ บ่ายโมงครึ่ง หลังจากนั้น staff จะเรียกลงเรือ เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป ซึ่งจัดได้ว่าเป็น Highlight ของ Cock Burn เลย

นั่งเรือมาได้ไม่นานก็มาถึง Highlight ของ Cock Burn
จุดชมวิว และจุดดำน้ำดูปะการัง

จุดชมวิว เป็นอะไรที่อลังการดาวล้านดวงมาก

แต่ก่อนจะถึงจุดชมวิว ก็ต้องโดดน้ำลอยคอ ใส่ชูชีพตีขาเข้าฝั่งกันก่อนจ้า
สัมภาระต่างๆ นานา ก็เอาใส่ถุงกันน้ำ แล้วก็สะพายตุเลงตุเลง ว่ายน้ำเข้าไปกัน
เราว่ามันสนุกดีนะ ท้าทายดี เพราะคามงดงามของที่นี่ ไม่ได้สัมผัสกันได้ง่ายๆ

เมื่อตีขาเข้าฝั่งกันแล้วก็ต้องปีนภูเขาหินขึ้นไปจุดชมวิวกันต่อ
ใครไม่อยากปีนก็เดินเล่น นอนเล่น ถ่ายรูปเล่น อยู่ที่หาดด้านล่างกันไปเพลินๆ
น้ำใส ทรายขาว สวยงามทุกซอกหลืบ

โปรดใช้ความระมัดระวังในการปีนป่าย

ไหนๆ ไปถึงนั่นแล้ว ก็ปีนขึ้นมากันเถอะ มันสวยมากจริงๆ นะ
ปีนนิดเดียวเอง ไม่เหนื่อยเลย

เมื่อมองลมาจากมุมสูง

มุมนี้ถือเป็น Highlight เลยนะ มองเห็นทะเลทั้งซ้าย ขวา

ปีนขึ้นไป แล้วก็ต้องปีนลงมา
นี่ไงภูเขาหินที่ว่า ตอนขึ้นไปเท่าไหร่ แต่ตอนลงนี่เสียวโคตร
แต่ก็ลงมาถึงพื้นดินโดยสวัสดิภาพ

หลังจากชื่นชมความงามของจคุดชมวิวกันแล้ว
ก็ลงเรือต่อไปยัง จุดดำน้ำ เป็นอะไรที่ฟิเนเล่มากๆ

ดำน้ำเพลินมากๆ เราว่าใต้น้ำที่นี่จัดว่ายังคงความสมบูรณ์มากๆ
ปะการังแน่ โดยเฉพาะเขากวาง แน่นแบบมองไม่เห็นพื้นทรายเลย

มีเมืองนีโม่ด้วย เรียกว่าเป็นที่ชุมนุมของเหล่านีโม่ก็แล้วกัน
ชนิดปลาก็มีหลากหลาย แต่วกตัวใหญ่ไม่ค่อยเจอนะ

ทุ่งเขากวาง VS เมืองนีโม่

เหลือง-ฟ้า เชียร์ทีมไหนดี

ดอกไม้ทะเลกอเบ้อเร่อเท้อ

แอแฮ่!!! โคตรจะมีความสุข กับจุดดำน้ำตรงนี้

เสร็จสิ้นจากจรุดนี้ ก็ได้เวลาเดินทางกลับสู่อ้อมกอดของประเทศไทย
เรากลับมาถึงท่าเรือประภาคารกันตอนประมาณ 18.00 น. ค่ะ

ทะเลพม่ากลับเรทกว่านี้ไม่ได้ เดี่ยวด่านจะปิดเอา
คราวนี้หละเรื่องใหญ่เลย

Cock Burn ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งค่ะ
เพราะที่นี่สวยงาม และคงความสมบูรณ์อยู่มาก

แต่ไปแล้วก็ต้องช่วยกันรักษาความงามเหล่านั้นให้คงอยู่นะ
รักษาไว้ให้ลูกหลานเราได้เห็นกันสืบไป

หลังจากกลับมาถึงฝั่ง ก็ขอตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารเลย

ร้านอาหารเย็น แนะนำร้านนี้เลยนะคะ คุ้นลิ้น ระนอง 
ร้านอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมที่เมื่อไประนองแล้วไม่ควรพลาดที่นี่ 
รีวิวแบบจัดเต็ม คลิกที่นี่ 

:: Day 3 :: กลับบ้าน

วันนี้ตื่นกันสายเลยจ้าาาา เพราะตั้งใจว่าเก็บกระเป๋าเสร็จ
ก็จะ Check Out หาอะไรทานระหว่างทาง แล้วก็ไปสนามบินเลย

เที่ยวขากลับของเราก็ใช้บริการของ Air Asia ตามเดิม
ไฟล์ทบินออกจากระนองตอน 13.40 น. เวลาโอเค
ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า ถึงบ้านก็ไม่มืดด้วย ดี๊ดี

ระหว่างทางจะแวะเที่ยวภูเขาหญ้า กันก่อนก็ได้นะ
เพราะอยู่ระหว่างทางไปสนามบิน
ก็ลองจัดสรรเวลากันเอา

และแล้วก็ได้เวลากลับบ้าน

เห็นมั๊ย ลางานแค่วันเดียว ก็เที่ยวระนองได้แล้ว เก็บได้หลายที่เลย
แถมไปได้ไกลถึงทะเลพม่า
เที่ยวแบบชิวๆ ฟิน และไม่เหนื่อย 3 วัน 2 คืน

ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมง เท่ากันใน 1 วัน
ยังไงก็ลองจัดสรรกันเอาเอง ว่าใช้เวลาทำอะไรแล้วจะทำให้เรามมีความสุขที่สุด
ส่วนเวลาแห่งความสุขของเรานี่ชัดเจนมาก เที่ยว ไงหละคะ

ยังไงก็..ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

ฝ้ายเอง

 

เอ้าาาาาา!!!!! แชร์...
Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
Pin on Pinterest
Pinterest

Facebook Comments

comments

One comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *